วรรณกรรมรางวัล Swedish Best Book of the Year 2024 และขายไปแล้วกว่า 1 ล้านเล่มทั่วโลก
เรื่องราวของ “บู อันเดอร์สซอน” ชายชราวัย 89 ปี
ผู้อยู่ในบ้านหลังเก่าตามลำพังกับ “ซิกซ์เต็น” หมาคู่ใจ
ด้วยวัยของบูทำให้เขาเริ่มพึ่งพาตัวเองได้ไม่เต็มที่เหมือนเคย
เขาต้องจำใจอยู่แยกจากภรรยา
และอาศัยความช่วยเหลือจากผู้ดูแลที่ผลัดเวรกันมาดูแลชีวิตประจำวันให้เขา
ตามที่ “ฮันส์” ลูกชายเพียงคนเดียวจัดแจงหามาให้
อีกเรื่องหนึ่งที่ฮันส์พยายามจัดแจงคือการพาซิกซ์เต็นไปอยู่ที่อื่น
เพราะเขารู้ดีว่าอายุและร่างกายที่เสื่อมถอยลงทุกวันของพ่อ
ทำให้บูไม่อาจดูแลซิกส์เต็นได้เหมือนเคย
ซึ่งแน่นอนว่านี่คือความขัดแย้งครั้งใหญ่ของพ่อกับลูกชาย
วันคืนของบูผ่านไปกับการฝันถึงอดีตในยามหลับและทบทวนแง่มุมดีร้ายในชีวิตเมื่
อยามตื่น พร้อมความกลัดกลุ้มเรื่องหมาตัวสนิทที่กำลังจะโดนพรากไป
โดยที่เรื่องราวทั้งหมดนี้เล่าผ่านบันทึกของบูเอง ซึ่งแม้บันทึกจะกินเวลาแค่ 6 เดือน
แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่นานพอให้บูได้ขุดค้นลงไปในครอบครัวตัวเอง จากรุ่นพ่อ
สู่รุ่นลูก สู่รุ่นหลาน ผ่านความขัดแย้งและความทรงจำหลากหลาย
รวมถึงได้ทบทวนตัวเองเพื่อคลี่คลายชีวิตในช่วงสุดท้ายไปพร้อมๆ กัน
—
– ไม่มีใครเคยบอกเลยว่า พอแก่ตัว น้ำตาจะไหลง่ายขนาดนี้ ราวกับน้ำตาหาวิธีเกาะติดทุกความทรงจำได้หมด
– การนอนคือที่พึ่งของฉันเสมอ ในนั้น สิ่งต่างๆ ยังคงอยู่ในที่ที่ควรอยู่ ในนั้น ฉันยังมีสิทธิ์ได้พูดอะไรบ้าง
– หนุ่มสาวสมัยนี้เหมือนเป็นบ้า วิ่งไปวิ่งมาเหมือนมีชีวิตเหลือแค่สัปดาห์เดียว
– แม่มีวิธีทำให้ความรู้สึกแย่ๆ สลายหายไปได้อย่างประหลาด ทำให้ชีวิตยังพอทนได้
– มันจะเป็นอย่างไรถ้าคนเราเชื่อทุกเรื่องที่คนนินทากัน
– ตอนนี้คำพูดแหบพร่าของฉันไม่เกาะใจใครอีกแล้ว มันร่วงหล่นเหมือนนกตายที่ตกจากฟ้าลงตรงจุดที่ไม่มีใครเหลียวแล
– สมองเป็นแบบนั้นแหละ รู้ไหม มันจับอะไรแล้วก็หมุนวนอยู่แบบนั้นตื่นตัวเกินเหตุ และผ่อนคลายไม่ลง
– ความโกรธไม่ได้ช่วยทำให้อะไรดีงามขึ้นมาเลยนะ
– วันหนึ่ง ชีวิตบนโลกของทุกคนจะสิ้นสุดลง มันเป็นแบบนี้แหละ
– เราคุยเรื่องนี้กันบ่อย เรื่องที่ไม่อยากถูกยื้อชีวิตไว้ เมื่อไม่มีชีวิตเหลือให้ใช้
– การเป็นมนุษย์น่ะโคตรจะไม่ง่ายเลย
– น่าเสียดายที่ไม่เห็นค่าของเวลาช่วงนั้นให้มาก
– ไม่มีอะไรในโลกเปรียบกับการเลี้ยงดูคนคนหนึ่งให้เติบโตขึ้นมาได้เลย
– บางครั้งพวกที่ขี้ขลาดที่สุดก็อาจเป็นพวกที่เติบโตได้มากที่สุดในเวลาจำเป็น
– มันคือความไม่มี ที่ขยายตัวขึ้นมาจากความว่างเปล่าเมื่อเธอไม่อยู่
– เขาไม่เคยกลัวที่จะใช้ชีวิตเลย
– แค่คิดว่าเขาอาจรู้สึกโดดเดี่ยว ท้องไส้ฉันก็ปั่นป่วนแล้ว ฉันไม่ได้อยู่ตรงนั้น ทั้งๆที่เป็นคนเดียวในโลกที่ใส่ใจเขาจริงๆ
———-
เมื่อถึงวันหนึ่ง นกกระเรียนทุกตัวจะบินจากไป Tranorna Flyger Söderut
ลีซา ริดเซียน: เขียน
ดวงธิดา ยอซฮ์นิกค์: แปล
Sandwich Publishing(สำนักพิมพ์แซนด์วิช)












